คุณแม่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าที่โรงพยาบาลเอกชน หลังผ่าตัดแผลติดเชื้อ ต้องผ่าซ้ำอีกสองครั้ง ตอนนี้เดินไม่ได้ อยากรู้ว่าฟ้องหมอหรือโรงพยาบาลได้ไหม และควรเริ่มจากอะไร
ผ่าตัดแล้วมีปัญหา ฟ้องหมอหรือโรงพยาบาลได้ไหม ต้องเริ่มอย่างไร

คำตอบโดยย่อ
ฟ้องได้ หากพิสูจน์ได้ว่าการรักษาเป็นไปโดยประมาทเลินเล่อ และความประมาทนั้นเป็นเหตุของความเสียหาย ผลแทรกซ้อนอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะการผ่าตัดบางชนิดมีความเสี่ยงติดเชื้อแม้ทำถูกมาตรฐาน กรณีโรงพยาบาลเอกชน ฟ้องได้ทั้งแพทย์และโรงพยาบาล กรณีโรงพยาบาลของรัฐ ต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ ฟ้องแพทย์โดยตรงไม่ได้ และต้องระวังอายุความซึ่งสั้นมาก
๑. ต้องพิสูจน์อะไร
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน [1] ในคดีการแพทย์ ประเด็นชี้ขาดมักเป็น
- การรักษาต่ำกว่ามาตรฐานที่แพทย์ในสาขาเดียวกันพึงปฏิบัติหรือไม่ เช่น การป้องกันการติดเชื้อ การเฝ้าระวังหลังผ่าตัด การตอบสนองเมื่อพบอาการผิดปกติ
- ความเสียหายเกิดจากความบกพร่องนั้น หรือเป็นความเสี่ยงตามธรรมชาติของการผ่าตัด
- ผู้ป่วยได้รับการอธิบายความเสี่ยงก่อนยินยอมรับการผ่าตัดหรือไม่
ประเด็นเหล่านี้ต้องอาศัยความเห็นทางการแพทย์ประกอบ
๒. ฟ้องใคร
- โรงพยาบาลเอกชน นายจ้างต้องร่วมรับผิดในละเมิดที่ลูกจ้างทำในทางการที่จ้าง [2] และใช้กับตัวการและตัวแทนด้วยโดยอนุโลม [3] จึงฟ้องได้ทั้งแพทย์และโรงพยาบาล
- โรงพยาบาลของรัฐ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดในละเมิดที่เจ้าหน้าที่ทำในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ [4]
๓. เรียกค่าเสียหายอะไรได้
ค่าใช้จ่ายที่เสียไป เช่น ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น และค่าเสียหายเพราะเสียความสามารถประกอบการงานทั้งปัจจุบันและอนาคต [5] รวมถึงค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ความเจ็บปวดทรมาน [6]
๔. อายุความ ต้องรีบ
สิทธิเรียกร้องจากละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด [7] หากศาลเห็นว่าเป็นคดีผู้บริโภค และความเสียหายเป็นกรณีที่ต้องใช้เวลาในการแสดงอาการ กฎหมายกำหนดเวลาใช้สิทธิไว้สามปีนับแต่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด [8] การนับเริ่มเมื่อใดเป็นประเด็นที่โต้แย้งกันได้มาก จึงควรปรึกษาทนายความโดยเร็ว ไม่ควรรอให้รักษาตัวจนจบก่อน
ควรเริ่มจากอะไร
- ขอสำเนาเวชระเบียนทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงปัจจุบัน รวมถึงใบยินยอมรับการรักษา
- จดลำดับเหตุการณ์ วันเวลา อาการ และสิ่งที่แพทย์หรือพยาบาลแจ้งแต่ละครั้ง
- เก็บใบเสร็จค่ารักษา ค่าเดินทาง และหลักฐานรายได้ที่เสียไป
- ขอความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งก่อนตัดสินใจฟ้อง
ตัวบทที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 มาตรา 425 มาตรา 427 มาตรา 444 มาตรา 446 และมาตรา 448 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 13
ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา
อ่านเพิ่มเติม: ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ควรตรวจอะไรก่อนตัดสินใจเรียกร้อง · บริการกฎหมายการแพทย์และธุรกิจสุขภาพ
คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่
แหล่งอ้างอิง
[1] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
[2] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
[3] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427
[4] พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5
[5] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444
[6] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446
[7] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448
[8] พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 13
