ไปขอสำเนาประวัติการรักษาของตัวเองจากโรงพยาบาล เพื่อนำไปให้แพทย์อีกที่ดู เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ได้แค่ใบสรุปการรักษา ไม่ให้เวชระเบียนทั้งหมด อ้างว่าเป็นเอกสารของโรงพยาบาล ทำแบบนี้ได้ไหม
ขอเวชระเบียนจากโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลไม่ให้ ทำอย่างไร

คำตอบโดยย่อ
ผู้ป่วยมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งรวมถึงข้อมูลในเวชระเบียน แม้ตัวแฟ้มเวชระเบียนจะเป็นเอกสารของโรงพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนต้องดำเนินการตามคำขอภายในสามสิบวัน และปฏิเสธได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด ส่วนโรงพยาบาลของรัฐต้องให้ตรวจดูหรือให้สำเนาเมื่อมีคำขอเป็นหนังสือ
๑. โรงพยาบาลเอกชน
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องปฏิบัติตามคำขอ และจะปฏิเสธได้เฉพาะเมื่อเป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการให้สำเนานั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น [1] เมื่อไม่มีเหตุปฏิเสธ ต้องดำเนินการโดยไม่ชักช้า แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอ [1] และหากปฏิเสธ ต้องบันทึกการปฏิเสธพร้อมเหตุผลไว้ [1]
๒. โรงพยาบาลของรัฐ
บุคคลมีสิทธิได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน เมื่อมีคำขอเป็นหนังสือ หน่วยงานของรัฐต้องให้ตรวจดูหรือได้รับสำเนา [2] แต่รายงานการแพทย์ หากมีเหตุอันควร เจ้าหน้าที่อาจเปิดเผยเฉพาะต่อแพทย์ที่ผู้ป่วยมอบหมายก็ได้ [2] ในกรณีนี้ผู้ป่วยต้องการส่งให้แพทย์อีกที่ดูอยู่แล้ว จึงระบุชื่อแพทย์ผู้รับมอบหมายไว้ในคำขอได้เลย
๓. ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว ญาติขอได้หรือไม่
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ครอบคลุมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ [3] กรณีโรงพยาบาลของรัฐ บุคคลตามที่กฎกระทรวงกำหนดมีสิทธิดำเนินการแทนเจ้าของข้อมูลที่ถึงแก่กรรมแล้วได้ [2] กรณีโรงพยาบาลเอกชน ทายาทควรยื่นคำขอพร้อมเอกสารแสดงความเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดก หากถูกปฏิเสธ ศาลอาจสั่งเรียกเอกสารได้เมื่อมีการฟ้องคดี
วิธียื่นคำขอให้ได้ผล
- ยื่นเป็นหนังสือ ระบุชื่อ เลขประจำตัวผู้ป่วย ช่วงวันที่รักษา และระบุว่าขอสำเนาเวชระเบียนทั้งหมด รวมผลตรวจ ผลภาพ บันทึกการพยาบาล และใบยินยอม
- ระบุว่าใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ แล้วแต่ประเภทโรงพยาบาล
- เก็บสำเนาหนังสือคำขอที่มีตราประทับรับ หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
- หากเกินกำหนดหรือถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุตามกฎหมาย ให้ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลตามกฎหมายนั้น หรือปรึกษาทนายความ
ตัวบทที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 และมาตรา 30 และพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 25
ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา
อ่านเพิ่มเติม: ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ควรตรวจอะไรก่อนตัดสินใจเรียกร้อง · บริการกฎหมายการแพทย์และธุรกิจสุขภาพ
คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่
แหล่งอ้างอิง
[1] พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30
[2] พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 25
[3] พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6
