ผมทำเพจขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านเล็ก ๆ ครับ เคยเอารูปห้องสวย ๆ จากกูเกิลมาประกอบโพสต์ขายของ 3-4 รูป เมื่ออาทิตย์ก่อนมีบริษัทส่งหนังสือมาบอกว่ารูปเป็นของช่างภาพในสังกัดเขา ให้จ่ายค่าเสียหาย 50,000 บาทภายใน 7 วัน ไม่งั้นจะดำเนินคดีอาญา ผมแค่เอามาจากกูเกิล ไม่รู้ว่าของใคร แบบนี้ผิดจริงเหรอครับ ต้องจ่ายไหม
เอารูปจากกูเกิลมาทำโพสต์ขายของในเพจร้าน โดนบริษัทส่งหนังสือเรียกค่าลิขสิทธิ์ 50,000 ต้องจ่ายไหม ผิดจริงเหรอ

คำตอบโดยย่อ
ผิดจริง การ “หาได้จากกูเกิล” ไม่ได้ทำให้รูปเป็นของสาธารณะ ภาพถ่ายเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตั้งแต่ช่างภาพกดชัตเตอร์ การนำมาลงเพจเพื่อขายสินค้าคือการทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อการค้า ข้อยกเว้นเรื่องใช้ส่วนตัวใช้ไม่ได้ และความไม่รู้ว่าเป็นของใครไม่ใช่ข้อแก้ตัว แต่ “ผิด” กับ “ต้องจ่าย 50,000 บาทภายใน 7 วัน” เป็นคนละเรื่อง ก่อนจ่ายต้องตรวจว่าผู้ส่งหนังสือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือได้รับมอบอำนาจจริง และต่อรองจำนวนเงินให้สมเหตุสมผลกับการใช้จริง พร้อมกับลบรูปทันที ส่วนใหญ่กรณีแบบนี้จบที่การตกลงกันในจำนวนที่ต่ำกว่าที่เรียกมาก
๑. ทำไมถึงผิด
งานอันมีลิขสิทธิ์รวมถึงงานศิลปกรรม ซึ่งภาพถ่ายเป็นประเภทหนึ่ง ไม่ว่าจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบใด [1] เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน [2] การกระทำดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ [3] การดาวน์โหลดรูปมาลงเพจคือการทำซ้ำ การโพสต์คือการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ครบทั้งสองอย่าง กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องจดทะเบียนลิขสิทธิ์ และไม่ต้องมีเครื่องหมายใดบนรูป
ข้อยกเว้นที่คนมักอ้างคือการใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือติชมวิจารณ์โดยรับรู้ความเป็นเจ้าของ แต่ข้อยกเว้นทุกข้อมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบสิทธิของเจ้าของเกินสมควร [4] การใช้รูปเพื่อขายสินค้าเป็นการใช้เพื่อการค้าโดยตรง ไม่เข้าข้อยกเว้นใด
๒. ความรับผิดมีทั้งแพ่งและอาญา
ทางแพ่ง ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหาย การสูญเสียประโยชน์ และค่าใช้จ่ายในการบังคับตามสิทธิ และถ้าเป็นการจงใจทำให้งานเข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย ศาลสั่งให้จ่ายเพิ่มได้ไม่เกินสองเท่า [5] ทางอาญา การละเมิดโดยทำซ้ำหรือเผยแพร่มีโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท และถ้าทำเพื่อการค้า โทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [6] การใช้รูปในเพจขายของเข้าข่าย “เพื่อการค้า” นี่คือเหตุผลที่หนังสือทวงมักอ้างคดีอาญาเพื่อกดดัน แต่โทษที่ศาลลงจริงกับผู้ใช้รูปไม่กี่รูปในเพจเล็กมักเป็นค่าปรับขั้นต่ำและรอการลงโทษ และคดีประเภทนี้ยอมความได้
๓. ก่อนจ่าย ตรวจสามอย่าง
- เขาเป็นเจ้าของจริงไหม ขอหลักฐานความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น ไฟล์ต้นฉบับความละเอียดสูง ข้อมูล metadata ของกล้อง สัญญาจ้างช่างภาพ หรือหนังสือมอบอำนาจจากช่างภาพ บริษัทที่รับจ้างไล่เก็บค่าลิขสิทธิ์บางรายส่งหนังสือหว่านโดยไม่มีสิทธิจริง
- จำนวนเงินสมเหตุสมผลไหม ค่าเสียหายควรเทียบกับค่าอนุญาตใช้ภาพตามราคาตลาด เช่น ราคาภาพสต็อกเชิงพาณิชย์ คูณจำนวนภาพและระยะเวลาที่ใช้ บวกค่าใช้จ่ายในการติดตามตามสมควร รูป 3-4 รูปในเพจเล็กกับ 50,000 บาท ต่อรองได้
- หนังสือนั้นขู่เกินกฎหมายไหม การอ้างว่าจะดำเนินคดีอาญาเป็นสิทธิของเจ้าของจริง แต่การข่มขู่ว่าจะทำให้เสียหายอย่างอื่นเพื่อบังคับให้จ่าย อาจเป็นความผิดของฝ่ายผู้ทวงเอง
๔. ทำทันทีและทำให้ถูก
- ลบรูปออกจากเพจทันที และบันทึกหน้าจอก่อนลบไว้เป็นหลักฐานว่าใช้กี่รูป กี่วัน ยอดเข้าถึงเท่าใด เพื่อใช้ต่อรองค่าเสียหาย
- ตอบหนังสือภายในกำหนด แจ้งว่าได้ลบแล้ว ขอหลักฐานความเป็นเจ้าของ และเสนอจำนวนที่เหมาะสมพร้อมขอทำบันทึกข้อตกลงยุติข้อพิพาทที่ระบุว่าไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา
- ต่อไปใช้รูปที่ถ่ายเอง รูปจากคลังที่ซื้อสิทธิ หรือรูปที่ระบุเงื่อนไขอนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์ชัดเจน และเก็บหลักฐานการอนุญาตไว้ทุกรูป
ตัวบทที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 (งานอันมีลิขสิทธิ์) มาตรา 15 (สิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์) มาตรา 27 (การละเมิดลิขสิทธิ์) มาตรา 32 (ข้อยกเว้น) มาตรา 64 (ค่าเสียหาย) และมาตรา 69 (บทกำหนดโทษ)
ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา
คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่
แหล่งอ้างอิง
[1] พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6
[2] พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
[3] พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 27
[4] พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 32
[5] พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 64
[6] พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 69
