โลโก้สำนักงานกฎหมายอมาตยกุลAMATYAKULLAW FIRMกระดานสนทนา ถามทนาย

เทศบาลมีหนังสือไม่ต่อใบอนุญาตให้ร้าน โดยไม่บอกเหตุผล ไม่เคยเรียกไปชี้แจง จะอุทธรณ์หรือฟ้องศาลปกครองได้ไหม มีเวลากี่วัน

เปิดร้านอาหารมา 10 ปี ต่อใบอนุญาตกับเทศบาลทุกปีไม่เคยมีปัญหา ปีนี้ยื่นต่อแล้วได้หนังสือกลับมาบรรทัดเดียวว่า “ไม่อนุญาต” ไม่บอกเหตุผล ไม่เคยเรียกผมไปชี้แจงอะไรเลย ไปถามที่เทศบาลเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นดุลพินิจของนายกฯ ผมจะทำอะไรได้บ้างครับ ร้านต้องปิดเลยไหม

คำถามเรียบเรียงใหม่และตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออกแล้ว
ว่าที่พันตรี ดร.ศรัณย์ อมาตยกุล

คำตอบโดยย่อ

ทำได้หลายอย่าง และหนังสือฉบับนั้นมีจุดอ่อนทางกฎหมายชัดเจนสองจุด หนึ่ง คำสั่งที่กระทบสิทธิของท่านต้องให้โอกาสท่านทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งก่อนออกคำสั่ง สอง คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องมีเหตุผล ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อพิจารณาในการใช้ดุลพินิจ “ดุลพินิจของนายกฯ” ไม่ใช่เหตุผล ขั้นตอนคืออุทธรณ์เป็นหนังสือต่อผู้ออกคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ถ้าผลอุทธรณ์ไม่เป็นที่พอใจหรือไม่มีคำตอบในเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน ระหว่างนี้ขอทุเลาการบังคับไว้ได้ ส่วนจะต้องปิดร้านทันทีหรือไม่ ขึ้นกับกฎหมายเฉพาะเรื่องใบอนุญาตนั้น ซึ่งต้องดูตัวบทว่าให้ประกอบกิจการต่อระหว่างรอผลได้หรือไม่

๑. ก่อนออกคำสั่ง ต้องให้โอกาสท่านชี้แจง

ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน [1] การไม่ต่อใบอนุญาตที่ทำให้ร้านต้องหยุดกิจการเป็นคำสั่งที่กระทบสิทธิชัดเจน การที่เทศบาลไม่เคยแจ้งว่าร้านมีปัญหาอะไรและไม่เคยเรียกไปชี้แจง เป็นการข้ามขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ ข้อยกเว้นมีเฉพาะกรณีเร่งด่วนหรือกรณีที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการต่อใบอนุญาตประจำปีไม่เข้าข่าย

๒. คำสั่งต้องมีเหตุผล บรรทัดเดียวไม่พอ

คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผล อย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ [2] หนังสือที่เขียนว่า “ไม่อนุญาต” โดยไม่มีสามอย่างนี้ จึงไม่ชอบด้วยรูปแบบที่กฎหมายกำหนด การใช้ดุลพินิจทำได้ แต่ต้องมีเหตุผลที่ตรวจสอบได้ และเหตุผลนั้นต้องอยู่ในกรอบวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ให้อำนาจออกใบอนุญาต [3] ดุลพินิจที่ไม่มีเหตุผลรองรับคือการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลปกครองเพิกถอนได้

๓. ขั้นที่หนึ่ง อุทธรณ์ภายใน 15 วัน

ถ้ากฎหมายเฉพาะเรื่องใบอนุญาตนั้นไม่ได้กำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้เป็นพิเศษ ให้อุทธรณ์คำสั่งโดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ ระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง [4] เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาและแจ้งผลภายในสามสิบวัน ถ้าไม่เห็นด้วยต้องส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งต้องพิจารณาให้เสร็จภายในสามสิบวัน ขยายได้อีกไม่เกินสามสิบวัน [5] กำหนด 15 วันสั้นมาก นับจากวันรับหนังสือ ไม่ใช่วันที่ลงในหนังสือ เก็บซองหรือหลักฐานวันรับไว้

ข้อควรรู้ การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่ง เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลา [4] ท่านจึงควรขอให้ทุเลาการบังคับไว้ในคำอุทธรณ์ด้วย และกฎหมายเฉพาะบางฉบับกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ของตัวเอง เช่น อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเฉพาะเรื่องภายในสามสิบวัน ต้องตรวจกฎหมายที่ออกใบอนุญาตนั้นก่อนยื่น เพราะยื่นผิดช่องทางเท่ากับไม่ได้อุทธรณ์

๔. ขั้นที่สอง ฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน

คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ หรือใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ อยู่ในอำนาจศาลปกครอง [6] แต่ถ้ามีกฎหมายกำหนดขั้นตอนแก้ไขความเดือดร้อนไว้โดยเฉพาะ เช่น การอุทธรณ์ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนั้นก่อน และฟ้องได้เมื่อมีการสั่งการแล้ว หรือไม่มีการสั่งการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด [7] การฟ้องต้องยื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี [8] คือนับจากวันที่ทราบผลอุทธรณ์ หรือวันที่พ้นกำหนดเวลาพิจารณาอุทธรณ์โดยไม่มีคำตอบ ในคำฟ้องขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ร้านเปิดต่อระหว่างพิจารณาได้

ควรเริ่มจากอะไร

  • จดวันที่ได้รับหนังสือ นับไปสิบห้าวันคือเส้นตายอุทธรณ์ อย่ารอเจรจาจนเลยกำหนด
  • ยื่นหนังสือขอทราบเหตุผลของคำสั่งและขอคัดเอกสารในสำนวนไปพร้อมกับคำอุทธรณ์ เพื่อให้รู้ว่าเทศบาลอ้างอะไร
  • รวบรวมประวัติการต่อใบอนุญาตสิบปี ผลตรวจสุขาภิบาล และหลักฐานว่าไม่เคยถูกตักเตือน เพื่อแสดงว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง
  • ตรวจกฎหมายเฉพาะของใบอนุญาตนั้นว่ามีขั้นตอนอุทธรณ์พิเศษหรือไม่ และระหว่างรอผลประกอบกิจการต่อได้หรือไม่

ตัวบทที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30 (สิทธิได้รับทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้ง) มาตรา 37 (คำสั่งต้องมีเหตุผล) มาตรา 39 (เงื่อนไขและกรอบดุลพินิจ) มาตรา 44 (อุทธรณ์ภายใน 15 วัน) มาตรา 45 (ระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์) พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 (เขตอำนาจศาลปกครอง) มาตรา 42 (ผู้มีสิทธิฟ้องและการดำเนินการตามขั้นตอนก่อนฟ้อง) และมาตรา 49 (ฟ้องภายใน 90 วัน)

ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา

ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา

คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่

แหล่งอ้างอิง

[1] พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30
[2] พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 37
[3] พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 39
[4] พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44
[5] พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 45
[6] พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9
[7] พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 42
[8] พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 49

← กลับสู่ถาม-ตอบกฎหมาย

ร่วมตอบ หรือถามต่อในกระทู้นี้

ความเห็นจะแสดงบนกระทู้ทันที โปรดใช้นามแฝงได้ แต่ห้ามระบุชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือรายละเอียดที่ทำให้รู้ว่าเป็นใคร และห้ามข้อความหมิ่นประมาท สำนักงานสงวนสิทธิ์ลบความเห็นที่ไม่เหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

กระดานสนทนา ถามทนายส่งข้อมูลติดต่อ LINEWhatsApp