อายุ 68 แล้วค่ะ อยากทำพินัยกรรมยกบ้านให้ลูกสาวคนเดียวที่ดูแลดิฉัน และแบ่งเงินฝากให้หลาน ๆ ไม่อยากไปเขตเพราะเดินทางลำบาก ถ้าเขียนเองที่บ้านด้วยลายมือทั้งหมดจะใช้ได้ไหมคะ ต้องมีพยานไหม แล้วให้ลูกสาวกับลูกเขยเป็นพยานได้หรือเปล่า
อยากทำพินัยกรรมเองที่บ้าน ไม่อยากไปเขต เขียนด้วยลายมือทั้งฉบับใช้ได้ไหม ต้องมีพยานกี่คน ลูกเป็นพยานได้ไหม

คำตอบโดยย่อ
ทำเองที่บ้านได้ และใช้ได้จริงถ้าทำถูกแบบ มีสองแบบให้เลือก แบบแรก “เขียนเองทั้งฉบับ” ท่านต้องเขียนข้อความทั้งหมด วันเดือนปี และลงลายมือชื่อด้วยมือตนเอง แบบนี้ไม่ต้องมีพยานเลย แบบที่สอง “แบบธรรมดา” จะพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องลงวันเดือนปี และท่านต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน โดยพยานลงชื่อรับรองในขณะนั้น ส่วนคำถามเรื่องพยาน ตอบตรง ๆ ว่าลูกสาวกับลูกเขยเป็นพยานไม่ได้เด็ดขาด เพราะผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมและคู่สมรสของผู้รับเป็นพยานไม่ได้ ถ้าฝืนทำ ข้อกำหนดที่ยกทรัพย์ให้ลูกสาวจะเสียไป ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ท่านต้องการพอดี
๑. แบบเขียนเองทั้งฉบับ ง่ายที่สุดสำหรับคนที่เขียนหนังสือได้
พินัยกรรมจะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ ผู้ทำต้องเขียนด้วยมือตนเองซึ่งข้อความทั้งหมด วันเดือนปี และลายมือชื่อของตน การขูดลบ ตก เติม หรือแก้ไข จะสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้ทำพินัยกรรมทำด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อกำกับ [1] จุดที่คนมักพลาด คือพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์แล้วเซ็นชื่อ ซึ่งไม่ใช่แบบนี้ หรือให้ลูกช่วยเขียนบางส่วน ก็ไม่ใช่ “เขียนเองทั้งฉบับ” อีกจุดคือลืมลงวันเดือนปี ซึ่งทำให้พินัยกรรมไม่สมบูรณ์ทั้งฉบับ
ข้อดีคือไม่ต้องมีพยาน ทำคนเดียวเงียบ ๆ ได้ ข้อเสียคือถ้าลายมือท่านสั่นหรืออ่านยาก ภายหลังอาจมีการโต้แย้งว่าเป็นลายมือท่านจริงหรือไม่ ควรเขียนให้อ่านง่าย และเก็บตัวอย่างลายมือปกติของท่านไว้เทียบ
๒. แบบธรรมดา พิมพ์ได้แต่ต้องมีพยานสองคนพร้อมกัน
พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปีขณะทำ และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานทั้งสองต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น [2] คำว่า “พร้อมกัน” และ “ในขณะนั้น” เป็นสาระสำคัญ การเซ็นไว้ก่อนแล้วค่อยให้พยานมาเซ็นทีหลังคนละวัน ทำให้พินัยกรรมเสีย
๓. ใครเป็นพยานไม่ได้
- ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ และใช้บังคับถึงคู่สมรสของผู้เขียนหรือพยานด้วย [3] ลูกสาวที่จะรับบ้านและลูกเขยซึ่งเป็นคู่สมรสของผู้รับ จึงเป็นพยานไม่ได้ และห้ามให้ทั้งสองคนเป็นผู้พิมพ์หรือเขียนพินัยกรรมให้ด้วย ผลของการฝ่าฝืนคือข้อกำหนดยกทรัพย์ให้คนนั้นตกไป ไม่ใช่พินัยกรรมเสียทั้งฉบับ แต่ก็ทำให้เจตนาหลักของท่านไม่สำเร็จ
- ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือเสมือนไร้ความสามารถ และคนหูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง เป็นพยานไม่ได้ [4] หลานที่ยังไม่ครบยี่สิบปีจึงเป็นพยานไม่ได้เช่นกัน
พยานที่เหมาะคือเพื่อนบ้าน คนรู้จักที่ไม่มีส่วนได้เสีย หรือทนายความ และควรเลือกคนที่อายุน้อยกว่าท่านพอสมควร เพราะเมื่อถึงเวลาต้องใช้พินัยกรรม พยานอาจต้องมายืนยันต่อศาล
๔. เขียนอย่างไรให้ไม่มีปัญหาทีหลัง
- ระบุทรัพย์ให้ชัด บ้านระบุเลขโฉนด เลขที่บ้าน เงินฝากระบุธนาคาร สาขา และเลขบัญชี
- ระบุผู้รับด้วยชื่อสกุลเต็มและความสัมพันธ์ หลานระบุชื่อทุกคนและส่วนแบ่งของแต่ละคน
- ระบุว่าพินัยกรรมฉบับนี้ยกเลิกพินัยกรรมฉบับก่อนทั้งหมด ถ้าเคยทำไว้
- ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม จะทำให้ลูกสาวดำเนินการโอนทรัพย์ได้สะดวกขึ้นมาก ผู้จัดการมรดกเป็นผู้รับทรัพย์ด้วยได้ ไม่ถือเป็นพยาน
- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้คนละที่ และบอกลูกสาวว่าเก็บไว้ที่ใด พินัยกรรมที่หาไม่เจอเท่ากับไม่มี
ข้อสังเกต ทรัพย์ที่ยกได้ต้องเป็นของท่าน ถ้าบ้านเป็นสินสมรสกับสามีที่ยังมีชีวิต ท่านยกได้เฉพาะครึ่งของท่าน
ตัวบทที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 (พินัยกรรมแบบธรรมดา) มาตรา 1657 (พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ) มาตรา 1653 (ผู้เขียนหรือพยานเป็นผู้รับทรัพย์ไม่ได้) และมาตรา 1670 (บุคคลที่เป็นพยานไม่ได้)
ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา
อ่านเพิ่มเติม: สามีแบ่งเงินให้ลูกมากกว่าภริยา ภริยามีสิทธิอะไรบ้าง
คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่
แหล่งอ้างอิง
[1] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657
[2] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656
[3] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1653
[4] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1670
