การติดตามค่าส่วนกลางเริ่มจากบัญชีหนี้ที่ตรวจสอบได้ พร้อมหลักฐานว่าหนี้เกิดจากรายการใด ใครเป็นผู้รับผิด และครบกำหนดเมื่อใด การจัดเอกสารให้ครบช่วยให้ประเมินทั้งการเจรจาและการฟ้องคดีได้ชัดขึ้น
ตรวจฐานของหนี้และผู้รับผิด
พระราชบัญญัติอาคารชุดกำหนดหน้าที่ร่วมออกค่าใช้จ่ายไว้ในมาตรา 18 และเรื่องเงินเพิ่มกรณีค้างชำระไว้ในมาตรา 18/1 การเรียกเก็บจึงควรตรวจข้อบังคับ อัตราที่ใช้ และประเภทค่าใช้จ่ายประกอบกัน [1]
ควรตรวจชื่อเจ้าของร่วมและช่วงเวลาถือกรรมสิทธิ์ให้ตรงกับงวดหนี้ โดยเฉพาะห้องชุดที่เปลี่ยนเจ้าของหรือผ่านการขายทอดตลาด เรื่องนี้ต้องพิจารณาเอกสารการโอนและข้อกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติม
จัดเอกสารเป็นสามกลุ่ม
กลุ่มแรกคือเอกสารนิติบุคคล ได้แก่ หลักฐานจดทะเบียน ข้อบังคับฉบับปัจจุบัน หลักฐานผู้จัดการและผู้มีอำนาจ รวมถึงมติที่เกี่ยวข้องกับอัตราค่าใช้จ่ายหรือการดำเนินการในเรื่องนั้น
กลุ่มที่สองคือหลักฐานหนี้ ได้แก่ บัญชีแยกรายห้อง ใบแจ้งหนี้ วันครบกำหนด ใบเสร็จและหลักฐานรับเงิน ให้แสดงเงินต้นแต่ละงวด เงินเพิ่ม และยอดชำระที่นำมาหักอย่างชัดเจน
กลุ่มที่สามคือการติดตามหนี้ ได้แก่ หนังสือแจ้งหรือทวงถาม หลักฐานส่งและรับหนังสือ ข้อความโต้แย้ง และข้อเสนอผ่อนชำระที่เคยตกลงกัน
ตรวจตัวเลขก่อนส่งเรื่องให้ทนายความ
ลองเลือกหนึ่งห้องมาตรวจย้อนกลับจากยอดรวมถึงใบแจ้งหนี้แต่ละงวด หากยอดบัญชีกับหลักฐานชำระเงินต่างกัน ให้หาสาเหตุและแก้ข้อมูลก่อนใช้เรียกร้อง ส่วนเงินเพิ่มต้องแสดงฐานคำนวณและอัตราที่สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ [1]
เมื่อเอกสารพร้อม ให้ทนายความตรวจอำนาจดำเนินคดี ตัวผู้รับผิด อายุความของหนี้แต่ละรายการ และทางเลือกการเจรจา การส่งหนังสือทวงถามควรทำควบคู่กับการตรวจอายุความโดยเร็ว
ปรึกษาสำนักงาน
สำนักงานดูแลงานที่ปรึกษานิติบุคคลอาคารชุดและการฟ้องเรียกค่าส่วนกลาง ติดต่อเพื่อนัดหมายและประเมินแนวทางเบื้องต้นได้ทาง LINE: Amatyakul โทร. 0817175510 หรือ sarun@amatyakul.com
ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมความพร้อม การดำเนินการแต่ละกรณีควรพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร กำหนดเวลา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกับทนายความ
แหล่งอ้างอิง
[1] กรมที่ดิน: พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 18 และ 18/1
