โลโก้สำนักงานกฎหมายอมาตยกุลAMATYAKULLAW FIRMกระดานสนทนา ถามทนาย

แยกกันอยู่กับสามีมา 5 ปีแต่ยังไม่หย่า เขาไปกู้หนี้นอกระบบ เจ้าหนี้จะมาเอากับเราได้ไหม แล้วฟ้องหย่าได้หรือยัง

จดทะเบียนสมรสกับสามีแต่แยกกันอยู่มา 5 ปีแล้วค่ะ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้ติดต่อกัน เขาไม่ยอมไปหย่า ล่าสุดมีคนมาทวงหนี้ที่บ้านดิฉัน บอกว่าสามีไปกู้เงินนอกระบบมาสองแสนกว่า ให้เมียรับผิดชอบด้วยเพราะยังเป็นผัวเมียกันอยู่ ดิฉันต้องจ่ายไหมคะ แล้วดิฉันจะฟ้องหย่าได้ไหมในเมื่อเขาไม่ยอม

คำถามเรียบเรียงใหม่และตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออกแล้ว
ว่าที่พันตรี ดร.ศรัณย์ อมาตยกุล

คำตอบโดยย่อ

ไม่ต้องจ่าย การเป็นสามีภริยาไม่ได้ทำให้ท่านเป็นลูกหนี้ของทุกหนี้ที่อีกฝ่ายก่อ กฎหมายให้คู่สมรสรับผิดร่วมกันเฉพาะ “หนี้ร่วม” คือหนี้เพื่อการจัดการบ้านเรือนและสิ่งจำเป็นของครอบครัว หนี้เกี่ยวกับสินสมรส หนี้จากการงานที่ทำด้วยกัน หรือหนี้ที่ท่านให้สัตยาบัน เงินกู้นอกระบบที่สามีกู้ไปใช้เองระหว่างแยกกันอยู่ 5 ปี ไม่เข้าข้อใดเลย เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิเรียกจากท่านและไม่มีสิทธิมาทวงที่บ้านท่าน ส่วนเรื่องหย่า การสมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันไม่ได้โดยปกติสุขเกิน 3 ปี เป็นเหตุฟ้องหย่าได้แม้เขาไม่ยินยอม และควรฟ้องโดยเร็ว เพราะตราบที่ยังสมรสกัน ทรัพย์ที่ท่านหามาได้ก็ยังเป็นสินสมรสที่เขามีส่วนครึ่งหนึ่ง

๑. หนี้ร่วมคืออะไร และหนี้นี้ใช่หรือไม่

ถ้าคู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ให้ชำระหนี้จากสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย [1] แต่หนี้ที่ถือว่าเป็นหนี้ร่วม ได้แก่หนี้ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นระหว่างสมรสในเรื่องการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดู การรักษาพยาบาล และการศึกษาของบุตรตามสมควร หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส หนี้ที่เกิดจากการงานซึ่งคู่สมรสทำด้วยกัน และหนี้ที่ฝ่ายหนึ่งก่อเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียวแต่อีกฝ่ายให้สัตยาบัน [2]

เงินกู้นอกระบบที่สามีกู้ไปเองในช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้ใช้ในบ้านท่าน ไม่ได้ส่งเสียลูกที่อยู่กับท่าน และท่านไม่เคยรับรู้หรือรับรอง จึงเป็นหนี้ส่วนตัวของสามี เจ้าหนี้บังคับได้จากสินส่วนตัวของสามีและส่วนของสามีในสินสมรสเท่านั้น ไม่ใช่จากท่าน ที่ต้องระวังคืออย่าเผลอ “ให้สัตยาบัน” เช่น รับปากว่าจะช่วยผ่อน จ่ายให้บางส่วน หรือเซ็นเอกสารรับสภาพหนี้ เพราะจะทำให้หนี้ส่วนตัวกลายเป็นหนี้ร่วมทันที

๒. เจ้าหนี้นอกระบบมาทวงที่บ้าน ท่านมีสิทธิอะไร

ท่านไม่ใช่ลูกหนี้ ผู้ทวงหนี้ไม่มีสิทธิติดต่อท่านเพื่อทวงหนี้ของสามี กฎหมายทวงถามหนี้ห้ามติดต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ และห้ามข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง หากมีการข่มขู่หรือบุกรุก แจ้งความได้ทันที และหากเงินกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ตัวเจ้าหนี้เองมีความผิดอาญา ซึ่งเป็นข้อที่ทำให้เจ้าหนี้ประเภทนี้มักถอยเมื่อเจอการตอบโต้ตามกฎหมาย

๓. ฟ้องหย่าได้ แม้สามีไม่ยินยอม

เหตุฟ้องหย่าประการหนึ่งคือ คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี [3] แยกกันอยู่ 5 ปีโดยต่างคนต่างอยู่เข้าเหตุนี้ สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือการแยกกันอยู่เป็นไปโดยสมัครใจของทั้งสองฝ่ายและต่อเนื่องเกินสามปี หลักฐาน เช่น ทะเบียนบ้านคนละแห่ง สัญญาเช่า พยานบุคคล และการไม่ติดต่อกัน นอกจากนี้ ถ้าสามีไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูท่านตามสมควร หรือจงใจละทิ้งร้างเกินหนึ่งปี ก็เป็นเหตุหย่าอีกข้อที่ยกคู่กันได้ [3]

เมื่อหย่าแล้ว สินสมรสแบ่งคนละครึ่ง และหนี้ร่วมที่มีอยู่จริงแบ่งกันรับผิด ส่วนหนี้ส่วนตัวของแต่ละฝ่ายก็เป็นของฝ่ายนั้น การฟ้องหย่าจึงเป็นทางตัดปัญหาทั้งเรื่องหนี้ในอนาคตและเรื่องทรัพย์ที่ท่านจะหาได้ต่อไป ถ้ายังไม่พร้อมหย่า ทางเลือกคือร้องขอให้ศาลสั่งแยกสินสมรส ซึ่งทำให้ทรัพย์ที่แต่ละฝ่ายได้มาหลังจากนั้นเป็นสินส่วนตัว

ควรเริ่มจากอะไร

  • ทำหนังสือถึงเจ้าหนี้ (ถ้ารู้ตัว) ว่าท่านไม่ใช่ลูกหนี้ ไม่เคยยินยอมหรือรับรองหนี้นี้ และห้ามติดต่อท่านอีก เก็บสำเนาไว้
  • ห้ามจ่าย ห้ามรับปาก ห้ามเซ็นอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับหนี้ของสามี
  • ถ้าถูกข่มขู่หรือมีคนมาที่บ้านซ้ำ แจ้งความทันทีพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด
  • รวบรวมหลักฐานการแยกกันอยู่ตั้งแต่ปีแรก และนัดทนายความเพื่อฟ้องหย่าโดยอ้างเหตุแยกกันอยู่เกินสามปี

ตัวบทที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1489 (การชำระหนี้ร่วมของคู่สมรส) มาตรา 1490 (หนี้ที่ถือเป็นหนี้ร่วม) และมาตรา 1516 (4) (4/2) และ (6) (เหตุฟ้องหย่า)

ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา

ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา

อ่านเพิ่มเติม: คนทวงหนี้โทรหาที่ทำงาน ขู่ยึดเงินเดือน ทำได้ไหม

คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่

แหล่งอ้างอิง

[1] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1489
[2] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490
[3] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516

← กลับสู่ถาม-ตอบกฎหมาย

ร่วมตอบ หรือถามต่อในกระทู้นี้

ความเห็นจะแสดงบนกระทู้ทันที โปรดใช้นามแฝงได้ แต่ห้ามระบุชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือรายละเอียดที่ทำให้รู้ว่าเป็นใคร และห้ามข้อความหมิ่นประมาท สำนักงานสงวนสิทธิ์ลบความเห็นที่ไม่เหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

กระดานสนทนา ถามทนายส่งข้อมูลติดต่อ LINEWhatsApp