ชาวต่างชาติรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในประเทศไทย: คุณสมบัติ ขั้นตอน และระยะเวลา
เผยแพร่: 3 ตุลาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด: 3 ตุลาคม 2569 · โดย ว่าที่พันตรี ดร.ศรัณย์ อมาตยกุล สำนักงานกฎหมายอมาตยกุล

ชาวต่างชาติทั้งที่อาศัยอยู่ในไทยและในต่างประเทศมักสอบถามว่าจะรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมได้หรือไม่ ต้องสมรสก่อนหรือไม่ และใช้เวลานานเท่าใด บทความนี้อธิบายหลักกฎหมายและขั้นตอน โดยเน้นกรณีเด็กในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ช่องทางที่ใช้ขึ้นอยู่กับภูมิลำเนาของผู้ขอ สถานะของเด็ก และประเทศที่เด็กจะไปอยู่อาศัย
สรุปสาระสำคัญ
- ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี
- เงื่อนไขเรื่องการสมรสแตกต่างตามช่องทางและประเทศที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอที่เป็นโสดควรตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนจัดทำเอกสาร
- การจัดหาเด็กเพื่อรับเป็นบุตรบุญธรรมต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานที่มีอำนาจหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ได้รับใบอนุญาต
- โดยทั่วไปต้องทดลองเลี้ยงดูไม่น้อยกว่า 6 เดือนและได้รับอนุมัติ แต่กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ขอบางประเภท
- ข้อมูลที่รัฐบาลไทยเผยแพร่ประมาณเวลารอการจับคู่ครอบครัวกับเด็กในโครงการที่เกี่ยวข้องไว้ราว 2 ปี ทั้งนี้ไม่ใช่กำหนดเวลาที่แน่นอน
หลักกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19 กำหนดว่าผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีรับบุคคลอื่นเป็นบุตรบุญธรรมได้ โดยต้องแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี มาตรา 1598/27 กำหนดให้การรับบุตรบุญธรรมสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนตามกฎหมาย หากผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน
พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดการยื่นคำขอ การประเมิน การทดลองเลี้ยงดู และการอนุมัติ มาตรา 19 กำหนดหลักเรื่องการทดลองเลี้ยงดู พร้อมข้อยกเว้นสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ส่วนระยะทดลองเลี้ยงดูตามมาตรา 23 ต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือนในกรณีที่ต้องทดลองเลี้ยงดู
ตามมาตรา 20 ผู้มีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานครหรือต่างประเทศยื่นคำขอต่ออธิบดี ส่วนผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัดอื่นยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ขอควรยืนยันช่องทางยื่นคำขอและรายการเอกสารกับศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อนดำเนินการ
มาตรา 6 จำกัดผู้ดำเนินการให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมไว้แก่หน่วยงานที่มีอำนาจและองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ได้รับใบอนุญาต มาตรา 18 กำหนดเรื่องการอนุญาตให้นำเด็กออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการรับบุตรบุญธรรม และมาตรา 29 กำหนดให้จดทะเบียนโดยทั่วไปภายใน 6 เดือนนับแต่ได้รับแจ้งคำอนุมัติหรือคำสั่งศาล โดยมีเงื่อนไขการขยายเวลาตามกฎหมาย
กรณีรับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศอาจต้องดำเนินการตามอนุสัญญากรุงเฮกและกฎหมายของประเทศที่จะรับเด็กไปอยู่ด้วย ลำดับการอนุมัติของแต่ละประเทศมีความสำคัญ
ใครยื่นคำขอได้ และยื่นที่ใด
ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ โดยทั่วไปเริ่มที่หน่วยงานที่มีอำนาจหรือองค์กรรับบุตรบุญธรรมที่ได้รับการรับรองในประเทศที่ตนอาศัยอยู่ เพื่อประสานคำขอกับทางการไทย
ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย สามารถติดต่อสำนักงานทนายความที่ให้บริการด้านนี้ เพื่อช่วยดำเนินการด้านเอกสารและประสานงาน เนื่องจากกระบวนการมีหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน การยื่นคำขอและการพิจารณายังคงเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่มีอำนาจ
ต้องสมรสหรือไม่
เกณฑ์การสมรสต้องตรวจตามโครงการที่ขอและประเทศที่เกี่ยวข้อง คู่มือบางฉบับของกรมกิจการเด็กและเยาวชนระบุระยะสมรสอย่างน้อย 1 ปี ขณะที่ข้อมูลปัจจุบันของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ขอผ่านช่องทางของสหรัฐฯ ระบุอย่างน้อย 2 ปี จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับผู้ขอชาวต่างชาติทุกกรณี
ผู้ขอที่เป็นโสดอาจได้รับการพิจารณาตามช่องทางที่ใช้และข้อเท็จจริงเฉพาะราย หน่วยงานจะประเมินความเหมาะสม ความมั่นคง และความสามารถในการดูแลเด็ก โดยเฉพาะกรณีเด็กโตหรือเด็กที่ต้องการการดูแลเพิ่มเติม การเปิดรับเด็กในกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับการจับคู่หรืออนุมัติ
ผู้ขอที่เป็นโสดควรขอคำยืนยันเรื่องคุณสมบัติและรายการเอกสารจากหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนเสียค่าใช้จ่ายจัดทำเอกสารจากต่างประเทศ
รับเด็กที่รู้จักอยู่แล้ว กับรับเด็กที่หน่วยงานจับคู่ให้
เด็กที่รู้จักอยู่แล้ว เช่น บุตรของคู่สมรสหรือเด็กที่เป็นญาติ ต้องตรวจผู้มีอำนาจปกครองและความยินยอมตามกฎหมาย ญาติหรือผู้ปกครองบางประเภทได้รับยกเว้นการทดลองเลี้ยงดูตามมาตรา 19 แต่ต้องพิจารณาข้อยกเว้นตามความสัมพันธ์และข้อเท็จจริงของแต่ละราย
เด็กที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งอยู่ในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ต้องผ่านกระบวนการประเมินและจับคู่โดยหน่วยงานที่มีอำนาจ ไม่ควรใช้คนกลางเอกชนหรือจ่ายค่าตอบแทนเพื่อให้ได้ความยินยอม ข้อตกลงระหว่างบุคคลใช้แทนการอนุมัติและจดทะเบียนไม่ได้
เอกสารที่มักต้องใช้
รายการจริงขึ้นอยู่กับช่องทางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอกสารที่มักต้องเตรียม ได้แก่
- หนังสือเดินทาง หลักฐานการพำนัก และใบอนุญาตทำงานในไทยถ้าเกี่ยวข้อง
- ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า และเอกสารเรื่องอำนาจปกครองบุตรตามกรณี
- หนังสือจากหน่วยงานที่มีอำนาจรับรองคุณสมบัติของผู้ขอ บางกรณีของผู้พำนักในไทยอาจต้องใช้เอกสารจากสถานทูต ควรตรวจสอบหน่วยงานผู้ออกที่ทางการไทยยอมรับ
- หลักฐานว่าเด็กจะเข้าประเทศและพำนักในประเทศปลายทางได้ หากเกี่ยวข้อง
- รายงานการศึกษาครอบครัวที่จัดทำโดยผู้มีอำนาจ
- ใบรับรองสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงการประเมินทางจิตวิทยาเมื่อกำหนดให้ใช้
- ผลตรวจประวัติอาชญากรรมและข้อมูลด้านการคุ้มครองเด็ก
- หลักฐานการทำงาน รายได้ ฐานะการเงิน และทรัพย์สิน
- หนังสือรับรองจากบุคคลที่รู้จักและรูปถ่ายผู้ขอกับที่พักอาศัย
- หลักฐานการผ่านการเตรียมความพร้อม แบบคำร้องและประวัติผู้ขอ
ควรตรวจอายุเอกสาร วิธีรับรอง และข้อกำหนดการแปลเป็นภาษาไทยก่อนขอเอกสารจากต่างประเทศ
ขั้นตอนการดำเนินการ
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นภาพรวมของการรับเด็กในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กรณีระหว่างประเทศมีขั้นตอนของประเทศปลายทางเพิ่มขึ้น
- ตรวจคุณสมบัติและช่องทาง ตรวจหน่วยงานที่ต้องเกี่ยวข้อง รับรายการเอกสาร และยื่นหนังสือแสดงความประสงค์กับประวัติตามขั้นตอนที่กำหนด
- ประเมินความเหมาะสม นักสังคมสงเคราะห์หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายตรวจข้อมูลและสภาพความเป็นอยู่
- ตรวจแฟ้มเอกสาร พิจารณาคำขอและรายงานการศึกษาครอบครัว
- จับคู่เด็ก คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาครอบครัวที่เหมาะสมกับเด็ก ข้อมูลรัฐบาลไทยประมาณระยะรอสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องไว้ราว 2 ปี โดยขึ้นกับจำนวนเด็กที่สามารถมอบเป็นบุตรบุญธรรมได้
- พบเด็กและรับไปดูแล ทำความรู้จักเด็กและดำเนินการตามหนังสืออนุญาตที่จำเป็น กรณีระหว่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศปลายทางตามลำดับขั้นด้วย
- ทดลองเลี้ยงดู เมื่อกฎหมายกำหนด ต้องทดลองเลี้ยงดูไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมติดตามและรายงานผลตามช่องทางที่ใช้
- คณะกรรมการพิจารณา พิจารณาผลการประเมินและรายงานการทดลองเลี้ยงดูเพื่อมีมติ
- จดทะเบียน ดำเนินการต่อทะเบียนภายในกำหนดตามกฎหมาย โดยทั่วไปภายใน 6 เดือนนับแต่ได้รับแจ้งผล และตรวจขั้นตอนรับรองผลในต่างประเทศด้วย
ใช้เวลานานเท่าใด
ควรเผื่อเวลาหลายปีสำหรับการเตรียมและรับรองเอกสาร การประเมิน การจับคู่ การทดลองเลี้ยงดู การอนุมัติ และการจดทะเบียน ระยะเวลาของแต่ละขั้นไม่ใช่กำหนดเวลารวมของทั้งเรื่อง
คู่มือของกรมกิจการเด็กและเยาวชนระบุระยะเวลาดำเนินการภายในประมาณ 406 วันทำการสำหรับกระบวนงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่รวมเวลารอจับคู่และการพิจารณาของหน่วยงานหรือคณะกรรมการบางช่วง ผู้ขอควรสอบถามเวลาปัจจุบันสำหรับช่องทางของตนโดยตรง
ข้อควรคำนึงสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย
- สถานะการพำนักและการทำงาน วางแผนรักษาสถานะที่ถูกต้องและแจ้งหน่วยงานหากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเดินทาง ต้องได้รับอนุญาตและจัดทำเอกสารที่กำหนดก่อนพาเด็กออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการรับบุตรบุญธรรม
- กฎหมายของประเทศผู้ขอ การรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายไทยไม่ได้ทำให้เด็กได้สัญชาติหรือสิทธิพำนักในต่างประเทศโดยอัตโนมัติ ควรตรวจเรื่องการรับรองสถานะ การเข้าเมือง และสัญชาติตั้งแต่ต้น
สำนักงานช่วยอะไรได้บ้าง
สำนักงานตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารของผู้ขอ จัดทำหนังสือแสดงความประสงค์และหนังสือที่เกี่ยวข้อง ประสานการแปลและรับรองเอกสาร และช่วยติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ การจับคู่และอนุมัติเป็นอำนาจของหน่วยงานและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
หากต้องการปรึกษาเรื่องของท่าน ติดต่อทาง อีเมล LINE หรือ แบบฟอร์มติดต่อ
รายละเอียดบริการอยู่ที่หน้า บริการรับบุตรบุญธรรมสำหรับชาวต่างชาติ
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายและแนวปฏิบัติของไทย ณ วันที่เผยแพร่ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะราย หลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ และผลของคำขอแต่ละรายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่องและการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจ
