โลโก้สำนักงานกฎหมายอมาตยกุลAMATYAKULLAW FIRMกระดานสนทนา ถามทนาย

AI แต่งตัวบท หรือฎีกาขึ้นมา มีคนเอาไปใช้ ใครต้องรับผิด?

ดร.ศรัณย์ อมาตยกุลบรรยายหน้าจอหัวข้อการใช้ AI ในงานกฎหมายและความรับผิด

บริษัทผู้สร้าง AI? ทนายความที่นำ AI ไปใช้? หรือลูกความที่จ้างทนาย?

ในไทย เมื่อ AI ให้ข้อมูลผิด ความรับผิดต้องพิจารณาจากหน้าที่ การกระทำ และข้อเท็จจริงของผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย ผู้สั่งงานหรือนำคำตอบไปใช้จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้งาน

บทความนี้เรียบเรียงจากการบรรยายหัวข้อ การบริหารความเสี่ยงและภาระรับผิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของ AI ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569

คลิปส่วนหนึ่งจากการบรรยาย · คลิปบรรยายเป็นภาษาไทย

AI สร้างคำตอบผิดที่ดูเหมือนถูกต้อง

เวลาคนสั่งงาน AI โดยทั่วไป AI จะคาดการณ์ว่าคำตอบที่น่าจะเป็นควรมีหน้าตาอย่างไร เมื่อผู้ใช้สั่งมันให้ค้นหาฎีกา AI มีข้อมูลเดิม รู้ว่าคำพิพากษามีหน้าตาเป็นอย่างไร มีเลขฎีกา มีปี มีหลักกฎหมาย ดังนั้น AI จึงอาจเขียนสิ่งที่หน้าตาเหมือนคำพิพากษาออกมา ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง อาการนี้เรียกว่า Hallucination

AI ตอบผิดได้ในงานทุกด้าน งานกฎหมายไทยมีข้อควรระวังสำคัญ 2 เรื่อง เรื่องแรก ข้อมูลกฎหมายและคำพิพากษาที่ AI เข้าถึงอาจไม่ครบถ้วน จึงมีโอกาสสร้างคำตอบจากข้อมูลที่ไม่เพียงพอ เรื่องที่สอง กฎหมายไทยมีการแก้ไขเพิ่มเติม เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 แล้ว AI ที่ฝึกจากข้อมูลเดิมจึงอาจตอบตามตัวบทเก่า ทั้งที่จริงตัวบทถูกแก้ไขไปแล้ว

ความผิดพลาดที่พบบ่อยมี 5 รูปแบบ

รูปแบบสุดท้ายอันตรายที่สุด เพราะค้นเลขคำพิพากษาแล้วพบจริง ผู้ใช้จึงเข้าใจว่าตรวจแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านทั้งฉบับ

คดีที่เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ

คดี Mata v. Avianca ปี 2566 ที่สหรัฐอเมริกา ทนายใช้ ChatGPT หาคำพิพากษามาอ้างในคำแถลง แต่คดีเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จึงลงโทษทนายและสำนักงาน คดีนี้กลายเป็นกรณีตัวอย่างให้กับนักกฎหมายทั่วโลก

อีกคดีหนึ่งคือ Moffatt v. Air Canada ปี 2567 ที่แคนาดา แชตบอตของสายการบินบอกผู้โดยสารเรื่องส่วนลดค่าตั๋วไม่ตรงกับนโยบายจริง สายการบินต่อสู้ว่าแชตบอตต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง แต่คณะกรรมการระงับข้อพิพาททางแพ่ง (Civil Resolution Tribunal) ของรัฐบริติชโคลัมเบียไม่รับฟัง และให้สายการบินรับผิดต่อผู้โดยสาร บทเรียนคือ บริษัทต้องดูแลความถูกต้องของข้อมูลที่แชตบอตของตนให้แก่ลูกค้า

ศาลไทยกำกับเรื่องนี้แล้วรึยัง?

ประธานศาลฎีกาออกคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิบัติงานคดี เมื่อปี 2568 และศาลแพ่งออกข้อกำหนดของศาลแพ่ง ว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการจัดทำคำคู่ความหรือเอกสารอื่นใดเพื่อยื่นต่อศาล พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 สาระสำคัญมีสามข้อ ข้อกำหนดที่กล่าวถึงนี้ใช้กับการยื่นเอกสารต่อศาลแพ่ง ส่วนการยื่นต่อศาลอื่นต้องตรวจแนวทางของศาลนั้นด้วย

ความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย

ฝ่าย ฐานความรับผิด ประเด็นที่ยังเปิดอยู่
ผู้ใช้ เช่น ทนายความ นิติกร ละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 · ผิดสัญญาต่อลูกความ · มรรยาททนายความ · มาตรการตามข้อกำหนดของศาล มาตรฐานวิชาชีพคือต้องตรวจ หากไม่ตรวจจึงอาจเป็นความประมาทเลินเล่อ
องค์กรหรือสำนักงาน นายจ้างร่วมรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 · ตัวการตัวแทนตามมาตรา 427 · หน้าที่รักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตาม PDPA มาตรา 37 การไม่มีนโยบายการใช้ AI เพิ่มความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดและการเปิดเผยข้อมูล
ผู้ให้บริการ AI เงื่อนไขการให้บริการ (Terms of Service) · กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ข้อยกเว้นความรับผิดในเงื่อนไขที่ผู้ใช้กดยอมรับ ใช้บังคับได้เพียงใด
ผู้พัฒนา ละเมิดทั่วไป · ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซอฟต์แวร์เป็นสินค้าหรือไม่ และผู้เสียหายจะพิสูจน์ความผิดพลาดในระบบที่มองไม่เห็นได้อย่างไร

บริษัทผู้สร้าง AI ฟ้องได้ในทางทฤษฎี แต่ยากในทางปฏิบัติ ผู้ให้บริการอาจระบุในเงื่อนไขการให้บริการว่าคำตอบอาจไม่ถูกต้อง และผู้ใช้ต้องตรวจสอบเอง ข้อจำกัดความรับผิดเหล่านี้ใช้บังคับได้เพียงใด ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ส่วนการฟ้องตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ก็ยังต้องตอบคำถามที่ว่า AI เข้าเกณฑ์สินค้าในกฎหมายนี้หรือไม่ หากใช้กฎหมายฉบับนี้ได้ ต้องพิจารณาภาระพิสูจน์ตามมาตรา 6 ซึ่งต่างจากการพิสูจน์ความประมาทตามกฎหมายละเมิดทั่วไป

ทนายความเป็นผู้ที่ต้องพิจารณาความรับผิดเป็นลำดับแรก เพราะเป็นผู้ลงชื่อในเอกสารและมีหน้าที่ทางวิชาชีพต้องตรวจสอบ ทั้งความรับผิดทางแพ่ง มรรยาททนายความ และมาตรการตามข้อกำหนดของศาล โดยความรับผิดแต่ละประเภทต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ลูกความ หนีผลของคดีไม่พ้น เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 ให้ทนายความที่คู่ความตั้งแต่ง มีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนคู่ความ ถ้าคดีเสียหายเพราะทนายอ้างข้อกฎหมายผิด ลูกความอาจเสียเปรียบหรือแพ้คดี และอาจเรียกค่าเสียหายจากทนายได้เมื่อเข้าเงื่อนไขความรับผิด ถ้ามองสัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาตัวแทน ป.พ.พ. มาตรา 812 ให้ตัวแทนรับผิดเมื่อเกิดความเสียหายเพราะความประมาทเลินเล่อของตน ถ้ามองเป็นสัญญาประเภทอื่น ก็เรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามมาตรา 215 เมื่อทนายไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ ส่วนกรณีที่ลูกความใช้ AI หาข้อมูลเองแล้วตัดสินใจโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ความเสียหายส่วนใหญ่ก็ตกแก่ตัวเอง

ประเด็นทางกฎหมาย

ประเด็นแรก ทนายที่อ้างคำพิพากษาปลอมในคำแถลง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 หรือไม่ มาตรานี้บัญญัติความผิดฐาน นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเท็จในการพิจารณาคดี แต่คำพิพากษาศาลฎีกาเป็นข้อกฎหมาย ไม่ใช่พยานหลักฐาน ผู้เขียนเห็นว่าจึงอาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิด แต่ไม่ได้แปลว่าทนายพ้นความรับผิด เพราะยังมีมรรยาททนายความและมาตรการตามข้อกำหนดของศาล

ประเด็นที่สอง ป.พ.พ. มาตรา 437 วรรคสอง ให้ผู้ครอบครอง ทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือโดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ต้องรับผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้เสียหายเอง ถ้าตีความว่าระบบ AI เป็นทรัพย์ตามมาตรานี้ ภาระพิสูจน์จะตกแก่ผู้ครอบครอง ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้เสียหายมาก ประเด็นนี้ยังไม่มีคำตอบที่ตายตัว

แนวป้องกัน

ใช้ AI เหมือนใช้งานเสมียนประสบการณ์สูง ทำงานรวดเร็ว ร่างเก่ง แต่ทุกหน้าทนายต้องตรวจเสมอ

สรุป

AI ช่วยร่างงานได้เร็ว แต่กฎหมายยังมองหาคนที่ต้องรับผิด และคนแรกที่ถูกมองคือผู้ที่นำผลงานของ AI ไปใช้ หลักที่ควรจำมีสามข้อ

กฎหมายด้าน AI ทั้งในไทยและต่างประเทศยังเปลี่ยนแปลงเร็ว ผู้อ่านควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนนำไปใช้ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ

เกี่ยวกับผู้เขียน

ว่าที่พันตรี ดร.ศรัณย์ อมาตยกุล ทนายความและอาจารย์มหาวิทยาลัย สนใจกฎหมายธุรกิจ กฎหมายการแข่งขันทางการค้า และการใช้ AI ในงานกฎหมาย

ภาพหมู่กับคณาจารย์และนักศึกษาหลังการบรรยาย
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วันที่ 7 ตุลาคม 2569

แหล่งอ้างอิง

กระดานสนทนา ถามทนายส่งข้อมูลติดต่อ LINEWhatsApp