โลโก้สำนักงานกฎหมายอมาตยกุลAMATYAKULLAW FIRMกระดานสนทนา ถามทนาย

ค้างหนี้บัตรเครดิต คนทวงหนี้โทรหาที่ทำงาน บอกหัวหน้าว่าเราเป็นหนี้ ขู่จะยึดเงินเดือน ทำแบบนี้ได้ไหม

ดิฉันค้างบัตรเครดิตอยู่ประมาณ 80,000 บาท ยอมรับว่าค้างจริงเพราะตกงานไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้บริษัทรับทวงหนี้โทรมาวันละหลายรอบ โทรเข้าเบอร์ออฟฟิศ บอกหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานว่าดิฉันเป็นหนี้ แล้วขู่ว่าจะส่งคนมาที่บริษัท จะอายัดเงินเดือน จะให้ตำรวจมาจับ อายมากค่ะ แบบนี้เขาทำได้เหรอคะ ดิฉันจะทำอะไรได้บ้าง

คำถามเรียบเรียงใหม่และตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออกแล้ว
นายยิ่งยุทธ ดิศนุกูล

คำตอบโดยย่อ

ทำไม่ได้หลายข้อ และแต่ละข้อมีโทษอาญา กฎหมายทวงถามหนี้ห้ามผู้ทวงหนี้ติดต่อกับคนที่ไม่ใช่ลูกหนี้เพื่อทวงหนี้ ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้ของท่านให้คนอื่นรู้ ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น และห้ามทำให้เชื่อว่าจะถูกดำเนินคดี ยึดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือน ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านศาลก่อนเท่านั้น ท่านร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประจำจังหวัดหรือแจ้งความได้ แต่ขอพูดตรง ๆ ว่าการร้องเรียนไม่ได้ทำให้หนี้หาย หนี้ 80,000 บาทยังต้องจัดการ ทางที่ดีคือใช้ข้อกฎหมายนี้ให้เขาหยุดคุกคาม แล้วเจรจาผ่อนชำระอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

๑. ใครบ้างที่กฎหมายนี้คุม

กฎหมายใช้กับ “ผู้ทวงถามหนี้” ซึ่งรวมถึงผู้ให้สินเชื่อ เช่น ธนาคารและบริษัทบัตรเครดิต ผู้รับมอบอำนาจ และผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ส่วน “ลูกหนี้” หมายถึงลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา รวมถึงผู้ค้ำประกันด้วย [1] กรณีของท่านจึงอยู่ในความคุ้มครองเต็มที่

๒. โทรหาที่ทำงานและบอกหัวหน้า ผิดสองข้อ

กฎหมายห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้ การติดต่อคนอื่นทำได้เฉพาะเพื่อสอบถามหรือยืนยันสถานที่ติดต่อลูกหนี้ และในการนั้นห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ [2] การโทรหาหัวหน้าแล้วบอกว่าท่านเป็นหนี้ จึงฝ่าฝืนทั้งข้อห้ามติดต่อคนอื่นและข้อห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้ [2][3]

ส่วนการโทรหาตัวท่านเองทำได้ แต่มีกรอบ วันจันทร์ถึงศุกร์ติดต่อได้ระหว่าง 08.00 ถึง 20.00 น. วันหยุดราชการ 08.00 ถึง 18.00 น. และต้องติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสม [4] การโทรวันละหลายรอบจนรบกวนการทำงาน โต้แย้งได้ว่าเกินจำนวนครั้งที่เหมาะสม

๓. ขู่จะส่งคนมา ยึดเงินเดือน ให้ตำรวจจับ ผิดอีกชุด

กฎหมายห้ามทวงหนี้โดยข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือใช้วาจาดูหมิ่นลูกหนี้ [3] และห้ามทวงหนี้ในลักษณะที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด เช่น ทำให้เชื่อว่าจะถูกดำเนินคดี จะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์หรือเงินเดือน หรือทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของศาล เจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ หรือสำนักงานกฎหมาย [5] หนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ทางแพ่ง ตำรวจไม่มีอำนาจจับ และการอายัดเงินเดือนทำได้เฉพาะหลังศาลพิพากษาและมีการบังคับคดีแล้วเท่านั้น คำขู่เหล่านี้จึงเป็นเท็จโดยสภาพ

โทษของการฝ่าฝืน การติดต่อคนอื่น เปิดเผยความเป็นหนี้ ดูหมิ่น มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท [6] ส่วนการข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือแสดงตนเป็นศาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท [7]

๔. ทำอย่างไรให้เขาหยุด

  • บันทึกทุกครั้งที่ถูกติดต่อ วัน เวลา เบอร์ ชื่อผู้โทร คำพูด และขอให้เพื่อนร่วมงานที่รับสายช่วยบันทึกด้วย ถ้าอัดเสียงได้ให้อัด
  • ส่งหนังสือถึงบริษัททวงหนี้และเจ้าหนี้ต้นทาง แจ้งว่าสถานที่ติดต่อคือที่อยู่หรือเบอร์ส่วนตัวของท่านเท่านั้น ห้ามติดต่อที่ทำงานหรือบุคคลอื่น และอ้างข้อกฎหมายข้างต้น เมื่อแจ้งแล้ว การติดต่อที่ทำงานต่อไปเป็นการฝ่าฝืนชัดเจน
  • ร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประจำจังหวัด (ที่ทำการปกครองจังหวัด หรือในกรุงเทพฯ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล) พร้อมหลักฐาน และแจ้งความในความผิดตามกฎหมายนี้ได้

๕. แล้วตัวหนี้จะทำอย่างไร

เมื่อการคุกคามหยุด ให้ติดต่อเจ้าหนี้ต้นทางเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้หรือผ่อนชำระตามกำลัง ขอให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือและขอลดดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมที่ทบมา หากถูกฟ้อง ให้ไปศาลตามนัด เพราะคดีผู้บริโภคประเภทนี้ศาลมักไกล่เกลี่ยให้ผ่อนได้ การไม่ไปศาลคือสิ่งที่ทำให้ยอดหนี้บานปลายที่สุด

ตัวบทที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3 (นิยามผู้ทวงถามหนี้และลูกหนี้) มาตรา 8 (ห้ามติดต่อบุคคลอื่น) มาตรา 9 (สถานที่ เวลา และจำนวนครั้งในการติดต่อ) มาตรา 11 (ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น เปิดเผยความเป็นหนี้) มาตรา 12 (ห้ามทวงหนี้โดยทำให้เข้าใจผิด) มาตรา 39 และมาตรา 41 (บทกำหนดโทษ)

ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา

ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา

อ่านเพิ่มเติม: บริการกฎหมายสัญญาและธุรกิจ

คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่

แหล่งอ้างอิง

[1] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3
[2] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8
[3] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11
[4] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9
[5] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 12
[6] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 39
[7] พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 41

← กลับสู่ถาม-ตอบกฎหมาย

ร่วมตอบ หรือถามต่อในกระทู้นี้

ความเห็นจะแสดงบนกระทู้ทันที โปรดใช้นามแฝงได้ แต่ห้ามระบุชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือรายละเอียดที่ทำให้รู้ว่าเป็นใคร และห้ามข้อความหมิ่นประมาท สำนักงานสงวนสิทธิ์ลบความเห็นที่ไม่เหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

กระดานสนทนา ถามทนายส่งข้อมูลติดต่อ LINEWhatsApp