ให้เพื่อนยืมเงินห้าหมื่นบาท โอนผ่านแอปธนาคาร ไม่ได้ทำสัญญากู้ มีแต่ข้อความในไลน์ที่เพื่อนพิมพ์ว่าได้รับเงินแล้ว จะคืนให้ภายในสิ้นปี ตอนนี้เลยกำหนดมาหลายเดือน ทักไปก็อ่านแล้วไม่ตอบ แบบนี้ฟ้องได้ไหม
ให้ยืมเงินไม่มีสัญญา มีแต่แชตไลน์ ฟ้องได้ไหม

คำตอบโดยย่อ
ฟ้องได้ หากข้อความไลน์แสดงว่าผู้ยืมยอมรับว่ายืมเงินจำนวนนั้นและจะคืน และพิสูจน์ได้ว่าบัญชีไลน์นั้นเป็นของผู้ยืมจริง กฎหมายยอมรับข้อความอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานเป็นหนังสือได้ และวิธีการที่ระบุตัวผู้ส่งได้อาจถือเป็นการลงลายมือชื่อ ส่วนสลิปโอนเงินอย่างเดียวพิสูจน์ได้เพียงว่ามีการโอนเงิน ไม่พอเป็นหลักฐานการกู้ยืม
๑. ทำไมต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ [1] กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นแบบสัญญากู้ หนังสือรูปแบบใดก็ได้ที่แสดงการกู้ยืมและมีลายมือชื่อผู้ยืม
๒. แชตไลน์ใช้แทนสัญญากู้ได้อย่างไร
- เป็นหลักฐานเป็นหนังสือได้ ข้อความที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือตามที่กฎหมายกำหนด [2]
- อาจถือเป็นการลงลายมือชื่อได้ หากใช้วิธีการที่ระบุตัวผู้ส่งและแสดงเจตนาของผู้ส่งเกี่ยวกับข้อความนั้นได้ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด [3] บัญชีไลน์ที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์และใช้ติดต่อกันเป็นประจำ ช่วยพิสูจน์ข้อนี้
- ศาลรับฟังได้ ห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แต่ศาลจะชั่งน้ำหนักจากความครบถ้วน การไม่ถูกแก้ไข และวิธีระบุตัวผู้ส่ง [4]
๓. ข้อความแบบไหนใช้ได้ แบบไหนอ่อน
ใช้ได้ดี คือข้อความที่ผู้ยืมพิมพ์เอง และแสดงทั้งสามเรื่อง ได้แก่ ได้รับเงิน จำนวนเงิน และจะคืน เช่น “ได้รับห้าหมื่นแล้วนะ จะคืนให้สิ้นปี” ข้อความในคำถามนี้เข้าลักษณะดังกล่าว
อ่อน คือมีแต่สลิปโอนเงิน หรือมีแต่ข้อความทวงจากฝ่ายผู้ให้ยืมโดยผู้ยืมไม่เคยตอบรับ เพราะอีกฝ่ายอาจอ้างว่าเงินนั้นเป็นเงินให้เปล่า เงินร่วมลงทุน หรือเงินที่ผู้ให้ยืมใช้หนี้เดิม
๔. เก็บหลักฐานอย่างไร
- อย่าลบแชต และอย่าเปลี่ยนหรือรีเซ็ตเครื่องที่มีแชตนั้น
- บันทึกภาพหน้าจอให้เห็นชื่อบัญชี รูปโปรไฟล์ วันเวลา และข้อความต่อเนื่อง ไม่ตัดเฉพาะบางส่วน
- ส่งออกประวัติแชตเก็บไว้อีกชุด และเก็บหลักฐานว่าบัญชีไลน์นั้นผูกกับเบอร์โทรศัพท์หรือเป็นของผู้ยืม
- เก็บสลิปโอนเงินและรายการเดินบัญชีคู่กับแชต
๕. ดอกเบี้ยเรียกได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้ตกลงดอกเบี้ยกันไว้ เรียกได้เฉพาะดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด ในอัตราตามมาตรา 7 บวกร้อยละสองต่อปี [5] อัตราตามมาตรา 7 ตามถ้อยคำปัจจุบันคือร้อยละสามต่อปี และอาจปรับได้โดยพระราชกฤษฎีกา [6] ผู้ยืมผิดนัดเมื่อหนี้ถึงกำหนดและได้รับคำเตือนแล้วไม่ชำระ หรือเมื่อไม่ชำระตามกำหนดวันแห่งปฏิทินที่ตกลงกันไว้ [7]
๖. อายุความ
หนี้เงินกู้ยืมไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เฉพาะ จึงใช้อายุความทั่วไปสิบปี [8] หากผู้ยืมรับสภาพหนี้เป็นหนังสือ ชำระหนี้บางส่วน หรือกระทำการที่แสดงว่ายอมรับสภาพหนี้ อายุความสะดุดหยุดลง [9] ข้อความไลน์ที่ผู้ยืมยอมรับยอดหนี้ภายหลังจึงมีประโยชน์ทั้งเป็นหลักฐานและในเรื่องอายุความ ทั้งนี้ไม่ควรรอจนใกล้ครบกำหนด เพราะหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์สูญหายได้ง่าย
ควรเริ่มจากอะไร
- เก็บหลักฐานตามข้อ ๔ ให้ครบก่อนทวงถามรอบใหม่
- ทำหนังสือทวงถามระบุยอดเงินและกำหนดเวลาชำระ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
- หากผู้ยืมเสนอผ่อนชำระ ให้ทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ที่ระบุยอด งวด และลายมือชื่อ
- หากไม่ได้รับชำระ จึงยื่นฟ้องเรียกเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด
ตัวบทที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 (หลักฐานการกู้ยืม) มาตรา 7 และมาตรา 224 (ดอกเบี้ย) มาตรา 204 (ผิดนัด) มาตรา 193/30 และมาตรา 193/14 (อายุความ) และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11
ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา
อ่านเพิ่มเติม: บริการสัญญาธุรกิจและข้อพิพาททางธุรกิจ
คำตอบนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปจากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคำถาม ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของผู้ใด และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ ข้อเท็จจริงที่ต่างไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขภายหลังวันที่เผยแพร่
แหล่งอ้างอิง
[1] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง
[2] พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง
[3] พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 9
[4] พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 11
[5] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
[6] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
[7] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
[8] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
[9] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1)
